<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>66646</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระดมพลังคนจนเมืองทำ ‘ครัวชุมชน’ สู้พิษเศรษฐกิจ-โควิด แจกจ่ายข้าว-อาหารกว่า 1 แสนกล่อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ครัวกลางที่ชุมชนบ้านมั่นคงสวนพลู เขตสาธร กรุงเทพฯ นำาอาหารไปแจกพี่น้องชุมชนอื่นๆ ด้วย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ว่าขณะนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะลดน้อยลง และรัฐบาลมีมาตรการผ่อนคลายให้ภาคธุรกิจเอกชน ห้างร้านน้อยใหญ่ และประชาชนทั่วไปทำมาหากินได้มากขึ้น แต่พิษเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากสถานการณ์โควิดยังแผ่กระจายไปทั่ว คนจน คนจร คนหาเช้ากินค่ำต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า&amp;nbsp; โดยเฉพาะเรื่องปากท้อง&amp;nbsp; เรื่องความหิวที่ไม่เคยปราณีใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ในอีกด้านหนึ่ง กลุ่มคนจนในเมืองได้ร่วมกันจัดทำ &amp;lsquo;ครัวชุมชน&amp;rsquo; เพื่อทำอาหารขึ้นมา โดยการระดมทุนจากชุมชน การสมทบจากภาคเอกชนและหน่วยงานรัฐ&amp;nbsp; นำข้าวสาร อาหารสด-แห้งมาหุงหา ช่วยกันต้มยำทำแกงต่างๆ เช่น&amp;nbsp; แกงส้ม แกงเขียวหวาน ไข่พะโล้ ต้มจืด ผัดพริก ผัดกะเพรา ก๋วยเตี๋ยว ก๋วยจั๊บ กระเพาะปลา ฯลฯ&amp;nbsp; แจกจ่ายกันกิน รวมทั้งยังมี &amp;lsquo;ตู้ปันสุข-ปันน้ำใจ&amp;rsquo; ผุดขึ้นที่โน่น...ที่นี่ กระจายไปทั่วบ้านทั่วเมือง สะท้อนให้เห็นถึงความงดงาม ในยามทุกข์ยากของสังคมไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปิด &amp;lsquo;ครัวและธนาคารอาหารชุมชน&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;lsquo;เครือข่ายองค์กรชุมชนสู้ภัยโควิด-19&amp;rsquo;&amp;nbsp; เกิดจากการรวมตัวของพี่น้องเครือข่ายองค์กรชุมชนทั่วประเทศไม่ต่ำกว่า 200&amp;nbsp; ชุมชน&amp;nbsp; ได้จัดทำโครงการ &amp;lsquo;ครัวและธนาคารอาหารชุมชน&amp;rsquo; ขึ้นมา ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ให้ชุมชนที่มีความพร้อมจัดตั้งครัวเพื่อผลิตข้าวกล่องหรืออาหารต่างๆ แจกจ่ายให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจ โดยมีเป้าหมาย (ระยะแรก) ภายในเดือนพฤษภาคมนี้ จำนวน 110,000 กล่อง มีครัวรวม 44 จุด ผลิตอาหารแจกจ่ายให้แก่ประชาชนในกรุงเทพฯ และนนทบุรีรวม&amp;nbsp; 254&amp;nbsp; ชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ชุมชนที่จะทำครัวและแจกจ่ายอาหาร เช่น ชุมชนสิตาราม เขตป้อมปราบ ชุมชนบ้านครัว เขตราชเทวี ชุมชนเฟื่องฟ้า เขตประเวศ ชุมชนซอยสวนพลู เขตสาธร ชุมชนริมทางรถไฟ เขตคลองเตย ชุมชนเชื้อเพลิงพัฒนา เขตยานนาวา&amp;nbsp; ชุมชนรุ่งมณี เขตวังทองหลาง ชุมชนบางนา เขตบางนา ชุมชนลัดภาชีและศิรินทร์ฯ เขตภาษีเจริญ ชุมชนกองขยะ เขตหนองแขม ชุมชนริมคลองลาดพร้าว เขตจตุจักร เขตบางเขน ชุมชนวัดกู้ จังหวัดนนทบุรี ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ละชุมชนที่จัดทำครัวจะมีแม่ครัวอาสาสมัครในแต่ละชุมชนช่วยกันจัดเตรียม ทำอาหาร และแจกจ่ายในชุมชน&amp;nbsp; โดยให้ชาวบ้านนำถ้วยจานมาใส่เอง เพื่อลดการใช้ถุงพลาสติก ส่วนครัวที่ทำอาหารแจกจ่ายให้แก่ชุมชนอื่นๆ จะตักแบ่งใส่ถุงหรือกล่องโฟม บางครัวทำอาหารวันละ 1 มื้อทุกวัน บางครัวทำสัปดาห์ละ 1-2 วัน ส่วนใหญ่ทำครั้งละ 300-500 กล่อง&amp;nbsp; จนถึงสูงสุดครั้งละ 1,050 กล่อง (ชุมชนบึงพระราม 9 เขตห้วยขวาง และชุมชนร่วมมิตรแรงศรัทธา เขตดอนเมือง)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังจัดทำครัวที่ศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพคนไร้บ้านในจังหวัดต่างๆ คือ กรุงเทพฯ (ศูนย์สุวิทย์ วัดหนู) ศูนย์คนไร้บ้าน จ.ปทุมธานี บ้านเตื่อมฝัน จ.เชียงใหม่ และบ้านโฮมแสนสุข จ.ขอนแก่น เพื่อแจกจ่ายอาหารให้แก่ผู้ที่พักพิงในศูนย์คนไร้บ้านและนอกศูนย์ประมาณ 500 คน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เฉพาะที่ศูนย์คนไร้บ้านสุวิทย์ วัดหนู เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ ปัจจุบันมีผู้อยู่อาศัยประมาณ 80 คน จัดทำอาหารให้คนไร้บ้านวันละ 2 มื้อ&amp;nbsp; และปันน้ำใจเอาไปแจกจ่ายให้คนไร้บ้านที่อยู่อาศัยในที่สาธารณะนอกศูนย์ฯ&amp;nbsp; อีกประมาณ 50-60 คน รวม&amp;nbsp; 300 กล่อง/วัน&amp;nbsp; โดยได้รับบริจาคข้าวสาร&amp;nbsp; อาหารสดแห้ง&amp;nbsp; จากภาคเอกชน&amp;nbsp; และหน่วยงานต่างๆ เช่น&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บ้านมั่นคงสวนพลูทำอาหารเดือนละ 8,000 กล่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พรทิพย์ วงศ์จอม ผู้นำชุมชนบ้านมั่นคงสวนพลู เขตสาธร เล่าความเป็นมาของชุมชนว่า ชาวชุมชนสวนพลูส่วนใหญ่เป็นผู้มีรายได้น้อย หาเช้ากินค่ำ เช่น ค้าขายทั่วไป ทำงานรับจ้าง ขับแท๊กซี่ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ฯลฯ เดิมมีผู้อยู่อาศัยกว่า 1,000 ครัวเรือน ประมาณ&amp;nbsp; 5,000 คน เป็นที่ดินราชพัสดุ ในเดือนเมษายนปี 2547 เกิดเหตุไฟไหม้ชุมชน&amp;nbsp; บ้านเรือนเสียหายเกือบทั้งหมด&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาชุมชนได้รวมตัวกันทำโครงการ &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo; โดยเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์อย่างถูกต้อง&amp;nbsp; เนื้อที่ประมาณ 6 ไร่เศษ&amp;nbsp; เพื่อสร้างบ้านใหม่ ได้รับการสนับสนุนเรื่องงบสาธารณูปโภคและสินเชื่อจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; เริ่มสร้างบ้านเสร็จในปี 2550&amp;nbsp; รวมทั้งหมด&amp;nbsp; 249&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; ส่วนใหญ่เป็นบ้านแถว&amp;nbsp; 2 ชั้น&amp;nbsp; (อีกส่วนหนึ่งไปอยู่บ้านเอื้ออาทรของการเคหะแห่งชาติ) เมื่อมีบ้านใหม่ มีความมั่นคงแล้ว&amp;nbsp; ชาวชุมชนยังทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; มีกลุ่มออมทรัพย์&amp;nbsp; มีสหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคง&amp;nbsp; มีกองทุนสวัสดิการชุมชน ทำกิจกรรมเด็กและเยาวชน&amp;nbsp; ต่อต้านยาเสพติด&amp;nbsp; และใช้ที่ว่างในชุมชนปลูกผักแบ่งกันกิน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่อเกิดผลกระทบจากโควิดในปีนี้&amp;nbsp; มีคนตกงาน ไม่มีรายได้เป็นร้อยๆ คนในชุมชน&amp;nbsp; พวกเราจึงคิดเรื่องทำอาหารช่วยเหลือกันขึ้นมา&amp;nbsp; โดยเริ่มระดมเงินจากชาวบ้านเอง&amp;nbsp; หลังจากนั้นจึงมีมูลนิธิคริสต์จักรในย่านสวนพลูนำเงินมาสมทบ&amp;nbsp; เริ่มทำครัวตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีผู้บริจาคเอาข้าวสาร&amp;nbsp; อาหารมาสมทบ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เนื้อวัว&amp;nbsp; หมู&amp;nbsp; ไก่&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปลาแห้ง&amp;nbsp; ใช้ผักที่ปลูกเองบ้าง&amp;nbsp; ทำแจกกันวันละ 1 มื้อ&amp;nbsp; บางวันก็เป็นผัดผักบุ้ง&amp;nbsp; ผัดคะน้า&amp;nbsp; เป็นแกงต่างๆ หรือทำหมูทอด&amp;nbsp; เนื้อทอด พร้อมข้าวสวย บางวันทำน้ำพริก แจกข้าวสาร แล้วแต่จะมีใครเอาอะไรมาบริจาค แต่ถือว่าช่วยแบ่งเบาภาระของชาวบ้านไปได้เยอะ&amp;rdquo; ผู้นำชุมชนบ้านมั่นคงสวนพลูบอก&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ทีม &amp;lsquo;มอไซค์แว้น&amp;rsquo; (รุ่นใหญ่) จากชุมชนบ้านมั่นคงสวนพลูเอาอาหารไปแจกชุมชนใกล้เคียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใช้ &amp;lsquo;โควิด&amp;rsquo; เป็นเครื่องมือรวมพลังชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ชุมชนบ้านมั่นคงสวนพลู&amp;nbsp; ถือเป็นตัวอย่างของชุมชนในเมืองที่จัดทำครัวเพื่อช่วยเหลือชาวชุมชนที่เดือดร้อน เน้นกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบ เช่น ตกงาน ผู้สูงอายุ พิการ คนป่วย เด็ก ฯลฯ และยังแบ่งปันไปยังชุมชนใกล้เคียง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชุมชนบ้านเอื้ออาทรสวนพลู&amp;nbsp; ชุมชนหน้าสมาคมธรรมศาสตร์&amp;nbsp; ทำอาหารแจกครั้งละ 400 กล่อง (คน) ต่อครั้ง โดยเดือนหนึ่งจะทำ&amp;nbsp; 20 วัน หากมีผู้บริจาคหรือมีอาหารมาสมทบก็จะทำเพิ่มเป็นเกือบทุกวัน&amp;nbsp; รวมแล้วไม่ต่ำกว่าเดือนละ 8,000 กล่อง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สมสุข&amp;nbsp; บัญญะบัญชา&amp;nbsp; ประธานคณะอนุกรรมการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; โครงการบ้านมั่นคงเป็นโครงการที่ชุมชนและชาวบ้านที่เดือดร้อนเป็นเจ้าของโครงการ ส่วนสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; สนับสนุนงบประมาณและความรู้&amp;nbsp; ทำให้ชาวชุมชนมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง และเมื่อแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยแล้ว ยังทำเรื่องอื่นๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; การพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เมื่อเกิดปัญหาโควิด ชุมชนที่ทำเรื่องบ้านมั่นคง&amp;nbsp; รวมทั้งชุมชนผู้มีรายได้น้อยต่างๆ&amp;nbsp; จึงทำเรื่องครัวชุมชนขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อช่วยเหลือกันในช่วงนี้ และจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาในระยะยาว รวมทั้งปัญหาเรื่องอื่นๆ ต่อไป โดยใช้เรื่องโควิดเป็นเครื่องมือ เพื่อรวมคนมาทำงานช่วยเหลือกัน&amp;rdquo; สมสุขกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมน้ำใจสู้ภัยโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากการระดมทุนของชาวชุมชนเพื่อจัดทำครัวแล้ว&amp;nbsp; น้ำใจจากภาคเอกชนยังหลั่งไหลเข้ามาสมทบการจัดทำครัวในครั้งนี้ด้วย โดยมอบเงิน ข้าวสาร สิ่งของ ผ่านสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ เพื่อนำไปมอบให้เครือข่ายองค์กรชุมชนสู้ภัยโควิด-19&amp;nbsp; และกระจายสู่ชุมชนต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม กลุ่มนิสิตเก่า น้องใหม่จุฬาฯ รุ่น 2514&amp;nbsp; มอบข้าวสารและเงิน รวม 331,000 บาท โครงการปันกันกิน โดยเครือข่ายเพื่อนปลูกเพื่อนกินมอบข้าวสารหอมมะลิอินทรีย์&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 3,500 กิโลกรัม บริษัทน้ำตาลมิตรผล จำกัด มอบแอลกอฮอล์เพื่อใช้ล้างมือ จำนวน 600 ลิตร &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ภาคเอกชนและหน่วยงานต่างๆ ได้มอบความช่วยเหลือการ จัดทำครัวให้แก่&amp;nbsp; นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อนำไปมอบให้แก่ชุมชนต่างๆ ต่อไป เช่น สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) มอบงบประมาณสนับสนุน ตัวแทนเครือข่ายชาวนาจังหวัดยโสธร มอบข้าวสาร 3.5 ตัน บริษัท TESCO LOTUS และบริษัท&amp;nbsp; เจริญโภคภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) มอบผักสด ไก่สด ข้าวกล่อง บริษัทหยั่นหว่อหยุ่น มอบเครื่องปรุงอาหาร บริษัท เอช เค ฟาร์มาซูติคอล จํากัด มอบยาสามัญประจำบ้าน สถาบันพระปกเกล้า มอบอาหารสุขภาพ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้หน่วยงานและบุคคลที่จะสมทบเงิน อาหารสด-แห้ง เพื่อใช้จัดทำครัวชุมชน หรือสิ่งของเพื่อป้องกันไวรัส COVID&amp;nbsp; ได้ที่ ธนาคารกรุงไทย บัญชีเลขที่ 095-0-23881-3 ชื่อบัญชี เครือข่ายองค์กรชุมชนสู้ภัยโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(แปลงผักของเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลางใช้ที่ดิน 400 ตารางวาปลูกผักต่างๆ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาองค์กรชุมชนวังทองหลาง-ชุมชนเฟื่องฟ้าสร้างแหล่งอาหารระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นุชจรี&amp;nbsp; พันธ์โสม&amp;nbsp; เลขานุการสภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; เล่าว่า&amp;nbsp; ชุมชนตั้งอยู่ในย่านวัดเทพลีลา (ใกล้ ม.รามคำแหง)&amp;nbsp; ร่วมกันจัดตั้ง &amp;lsquo;สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;rsquo; ขึ้นมา&amp;nbsp; มีสมาชิก 20 ชุมชน&amp;nbsp; จำนวน 5,294&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; ประชากรประมาณ&amp;nbsp; 27,000&amp;nbsp; คน&amp;nbsp; ส่วนให&amp;shy;่เป็นผู้มีรายได้น้อย&amp;nbsp; หาเช้ากินค่ำ&amp;nbsp; มีอาชีพขับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง&amp;nbsp; ลูกจ้างร้านอาหาร&amp;nbsp; ผับ&amp;nbsp; บาร์&amp;nbsp; และรับจ้างทั่วไป&amp;nbsp; ได้รับผล&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทบในช่วงโควิด&amp;nbsp; เนื่องจากถูกเลิกจ้าง&amp;nbsp; พักงาน&amp;nbsp; หรือมีรายได้ลดลง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;สภาองค์กรชุมชนฯ จึงให้สมาชิกแต่ละชุมชนสำรวจข้อมูล&amp;nbsp;&amp;nbsp; พบผู้เดือดร้อนประมาณ&amp;nbsp; 1,300 คน&amp;nbsp; จึงจัดทำครัวกลางเพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวชุมชนที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp; โดยจัดทำข้าวกล่องแจกตั้งแต่ช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา&amp;nbsp; ครั้งละ 400-500 กล่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ใช้งบประมาณเริ่มแรกจากกองทุนสวัสดิการชุมชน (กองทุนวันละบาทที่สมาชิกสมทบเงินเข้ากองทุนเพื่อนำมาช่วยเหลือกัน&amp;nbsp; ก่อตั้งในปี 2551 ปัจจุบันมีเงินกองทุนประมาณ 3 ล้านบาท) และเงินสนับสนุนจากสภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; รวมทั้งหมดประมาณ&amp;nbsp; 130,000 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การทำครัวกลางจะช่วยแก้ปัญ&amp;shy;หาได้เฉพาะหน้า&amp;nbsp; แต่ไม่ยั่งยืน&amp;nbsp; เราจึงคิดว่าชุมชนควรจะสร้างแหล่งอาหาร&amp;nbsp; เพราะเรามีพื้นที่อยู่แล้วเป็นที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์&amp;nbsp; เนื้อที่&amp;nbsp; 400 ตารางวา&amp;nbsp; จึงเริ่มปลูกผักตั้งแต่เดือนมีนาคม&amp;nbsp; มีผักบุ้ง&amp;nbsp; คะน้า&amp;nbsp; กวางตุ้ง&amp;nbsp; เป็นผักอินทรีย์&amp;nbsp; ตอนนี้เก็บเอามาทำกับข้าวได้แล้ว&amp;nbsp; และเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์อีก 6 บ่อ&amp;nbsp; แต่ตอนนี้คงจะไม่เพียงพอ&amp;nbsp; เพราะมีผู้เดือดร้อนเพิ่มมากขึ้นเป็น 2,000 คน&amp;nbsp; ฉะนั้นทุกครัวเรือนจะต้องช่วยกันสร้างแหล่งอาหาร&amp;nbsp; คืออย่างน้อยต้องปลูกผักกินเอง&amp;rdquo;&amp;nbsp; เลขาฯ สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลางบอก&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นุชจรีบอกด้วยว่า&amp;nbsp; แม้จะมีพื้นที่เล็กน้อย&amp;nbsp; แต่ก็สามารถปลูกผักสวนครัวในกระถาง&amp;nbsp; ตะกร้า&amp;nbsp; หรือสวนครัวแนวตั้ง&amp;nbsp; ถ้าทำทุกครัวเรือนก็จะเพียงพอ ถ้าขาดเหลือ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; มีผัก&amp;nbsp; แต่ไม่มีน้ำมันจะผัดก็มาเอาที่ส่วนกลางเรามีให้&amp;nbsp; โดยสภาฯ จะแจกเมล็ดพันธุ์ให้ทุกครัวเรือนไปปลูก&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ถั่วงอก&amp;nbsp; ทานตะวัน&amp;nbsp; ใช้เวลาประมาณ 7 วันก็เอาถั่วงอกหรือต้นอ่อนทานตะวันมาทำอาหารกินได้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้สภาฯ ยังมีแผนจะส่งเสริมเรื่องกลุ่มอาชีพเพื่อให้คนที่ว่างงาน&amp;nbsp; กลุ่มแม่บ้าน&amp;nbsp; มีรายได้&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เย็บผ้า&amp;nbsp; หรือทำอาหารขาย&amp;nbsp; เชื่อมโยงกับเครือข่ายบ้านมั่นคงทั่วประเทศ&amp;nbsp; ค้าขายหรือแลกเปลี่ยนสินค้ากันทางออนไลน์&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; เรามีมอเตอร์ไซค์รับจ้างในชุมชนอยู่แล้ว&amp;nbsp; สามารถใช้รับส่งสินค้าหรืออาหารได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; และจะสนับสนุนให้แต่ละครัวเรือนทำบั&amp;shy;ญชีรับ-จ่าย&amp;nbsp; เพื่อให้รู้รายจ่ายที่ไม่&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;จำเป็นและตัดออกไป &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot; style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot; style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ผลผลิตจากสวนครัวชุมชนเฟื่องฟ้า เขตประเวศ)&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผุสดี&amp;nbsp; ปั้นเลิศ&amp;nbsp; ผู้นำชุมชนเฟื่องฟ้า&amp;nbsp; เขตประเวศ &amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp; ชุมชนเฟื่องฟ้ามี 85 ครัวเรือน&amp;nbsp; ประชากรเกือบ 300 คน&amp;nbsp; มีพื้นที่ว่างในชุมชนประมาณ 30 ตารางวา&amp;nbsp; จึงใช้ทำสวนครัว&amp;nbsp; ปลูกผักต่างๆ&amp;nbsp; ไม่ใช้สารเคมี&amp;nbsp; ตั้งแต่เมื่อ 3 ปีก่อน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; คะน้า&amp;nbsp; กวางตุ้ง&amp;nbsp; ผักกาด&amp;nbsp; ผักบุ้ง&amp;nbsp; บวบ&amp;nbsp; มะเขือ&amp;nbsp; มะละกอ&amp;nbsp; ตะไคร้&amp;nbsp; พริก&amp;nbsp; มะนาว&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เมื่อมีสถานการณ์โควิดจึงเอาผักมาแจกชาวบ้าน&amp;nbsp; และเอาผักมาทำครัวกลาง&amp;nbsp; ตอนแรกใช้เงินจากการระดมทุนกันเองของชาวบ้านที่ได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล (เงินเยียวยา 5,000 บาท)&amp;nbsp; ช่วยกันคนละ 300-500 บาท&amp;nbsp; ได้เงินประมาณ 40,000 บาท&amp;nbsp; เอามาเป็นทุนทำครัวกลาง&amp;nbsp; บางคนก็เอาข้าวสาร&amp;nbsp; เอาไข่ไก่มาช่วย&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตอนแรกเราทำอาหารแจกเฉพาะคนที่เดือดร้อนในชุมชนก่อน&amp;nbsp; เมื่อได้รับบริจาคข้าวสาร&amp;nbsp; อาหารแห้งจากเอกชน&amp;nbsp; และ พอช.ช่วยสนับสนุนงบประมาณ&amp;nbsp; ตอนนี้เราทำแจกชุมชนอื่นๆ&amp;nbsp; ในเขตประเวศด้วย&amp;nbsp; รวมทั้งหมด 10 ชุมชน&amp;nbsp; ทำอาทิตย์ละ 2 ครั้ง&amp;nbsp; ครั้งละ 500 ถุง&amp;nbsp; เน้นเป็นกับข้าว&amp;nbsp; หรือแกง&amp;nbsp; เพื่อให้กินกันได้หลายคน&amp;nbsp; แบ่งกันกินก่อนในช่วงนี้&amp;nbsp; แม่ซดน้ำแกง&amp;nbsp; ลูกกินเนื้อ&amp;nbsp; และแจกสลับกันไป&amp;nbsp; เพื่อให้ทั่วถึงกันทุกคน...ส่วนเมนูเด็ดของเราก็คือ&amp;nbsp; แกงคั่วเนื้อใส่มะเขือพวง&amp;nbsp; รสชาติอร่อย&amp;nbsp; เข้มข้นเพราะใช้กะทิคั้นเอง&amp;nbsp; และแม่ครัวเป็นคนทำอาหารขายอยู่แล้ว&amp;nbsp; แกงคั่วเนื้อของเราจึงอร่อย&amp;rdquo; &amp;nbsp;ผุสดีบอก&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; นอกจากการสร้างแหล่งอาหารในชุมชนในเขตวังทองหลางและชุมชนเฟื่องฟ้าแล้ว&amp;nbsp; ขณะนี้มีหลายชุมชนที่ใช้พื้นที่ว่างในชุมชนเป็นแปลงปลูกผักต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชุมชนบ้านมั่นคงสวนพลู&amp;nbsp; เขตสาธร&amp;nbsp; ชุมชนมั่นคง&amp;nbsp; 133&amp;nbsp; เขตบางบอน&amp;nbsp; (เพาะเห็ดต่างๆ)&amp;nbsp; ชุมชนวัดกู้&amp;nbsp; จ.นนทบุรี ฯลฯ&amp;nbsp; ถือเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ&amp;nbsp; แต่หากทุกครัวเรือน&amp;nbsp; ทุกชุมชน&amp;nbsp; ช่วยกันปลูก&amp;nbsp; อย่างน้อยๆ ก็ยังมีผักแบ่งปันกันกิน&amp;nbsp; จะผัด&amp;nbsp; จะแกงก็ปลอดภัยจากสารเคมี&amp;nbsp; แถมยังประหยัดเงินได้อีกไม่น้อย...&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;lsquo;ตู้ปันสุข-ตู้กับข้าว&amp;rsquo; จากคนจนถึงคนที่ยากลำบากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;lsquo;ตู้ปันสุข&amp;rsquo; ไม่ว่าจะมีจุดเริ่มต้นมาจากที่ไหน&amp;nbsp; เริ่มจากใคร&amp;nbsp; แต่วันนี้เมล็ดพันธุ์แห่งความดีได้แพร่กระจายไปทั่วประเทศไทยทั้ง 77 จังหวัด&amp;nbsp; ไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp; 800 ตู้&amp;nbsp; ในจำนวนนี้มีตู้ปันสุข-ตู้กับข้าวที่เกิดจากความปรารถนาดีของพี่น้องคนจนในชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศที่เผื่อแผ่ไปถึงผู้ที่ได้รับความยากลำบากกว่า&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ที่จังหวัดสุรินทร์&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สุดใจ&amp;nbsp; มิ่งพฤกษ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้ประสานงานเครือข่ายพัฒนาเมืองสุรินทร์&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; ช่วงเกิดโควิดใหม่ๆ&amp;nbsp; พี่น้องชุมชนก็มาช่วยกันทำหน้ากากอนามัย&amp;nbsp; โดยเอาเงินจากกองทุนต่างๆ ที่มีอยู่&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; กลุ่มออมทรัพย์&amp;nbsp; กองทุนรักษาดินรักษาบ้าน&amp;nbsp; ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;เอามาซื้อของช่วยกันทำหน้ากากอนามัย&amp;nbsp; ทำเจลล้างมือ&amp;nbsp; หลังจากนั้นก็เอาไปซื้อข้าวสาร&amp;nbsp; อาหารแห้ง&amp;nbsp; แจกคนที่เดือดร้อนก่อน&amp;nbsp; ครอบครัวละ 5 กิโลกรัม&amp;nbsp; บางครอบครัวลำบากมาก&amp;nbsp; พอได้ข้าวสารก็ร้องไห้เลย&amp;nbsp; เพราะไม่คิดว่าพี่น้องคนจนด้วยกันจะมีน้ำใจมาช่วยเหลือกัน&amp;nbsp; ช่วงนั้นเครือข่ายฯ ซื้อข้าวสารแจกเกือบ 6,000 กิโลกรัม&amp;nbsp; คิดเป็นเงินนับแสนบาท หลังจากนั้นทางผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์จึงเข้ามาช่วยสนับสนุน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ต่อมาเราจึงเริ่มทำตู้กับข้าว&amp;nbsp; เอาข้าวสาร&amp;nbsp; อาหารแห้งมาใส่ตู้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนแรกเราคิดว่าพอเอากับข้าวไปใส่ตู้&amp;nbsp; ไม่นานก็คงจะหมด&amp;nbsp; บางคนบอกว่าแม้แต่ตู้ก็คงจะไม่เหลือ&amp;nbsp; แต่มันไม่เป็นไปตามนั้น&amp;nbsp; เพราะบางคนพอได้ปลากระป๋องก็เอาไปทำเป็นกับข้าว&amp;nbsp; ทำน้ำพริกปลากระป๋อง&amp;nbsp; แล้วเอามาใส่ตู้&amp;nbsp; เอามาเผื่อคนที่ไม่มีบ้าน ไม่มีครัวจะทำอาหาร&amp;nbsp; เพราะถ้าได้ปลากระป๋อง&amp;nbsp; ได้ไข่&amp;nbsp; ได้บะหมี่ซอง&amp;nbsp; เขาก็ไม่รู้จะเอาไปทำกินอย่างไร&amp;nbsp; เพราะบางคนอาศัยนอนตามศาลาริมถนน&amp;nbsp; ตามที่สาธารณะ ตอนนี้ตู้กับข้าวของเราก็จะมีของที่กินได้เลย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ก๋วยเตี๋ยวแห้ง&amp;nbsp; บะหมี่แห้ง&amp;nbsp; ข้าวผัด&amp;nbsp; ข้าวผัดกะเพรา&amp;nbsp; วันละ 20-30 ห่อ&amp;nbsp; มีน้ำดื่ม เพื่อให้คนที่ยากลำบากได้เอาไปกิน&amp;rdquo; &amp;nbsp;สุดใจบอกและว่า...&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนนี้ในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์มีตู้ปันน้ำใจรวมแล้วไม่ต่ำกว่า 10 จุด&amp;nbsp; โดยมีตู้กับข้าวของเครือข่ายพัฒนาเมืองสุรินทร์กระจายอยู่ 3 จุด&amp;nbsp; แบ่งปันอาหารให้คนจน&amp;nbsp; คนจร&amp;nbsp; คนเก็บขยะ&amp;nbsp; คนถีบสามล้อ&amp;nbsp; รวมทั้งคนในชุมชนได้เอาไปกิน&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีภาคเอกชน&amp;nbsp; ประชาชนทั่วไป&amp;nbsp; เอาอาหาร-น้ำดื่มมาเติมใส่ตู้&amp;nbsp; เป็นสายธารน้ำใจที่หลั่งไหลมาไม่ขาดสาย&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;ldquo;โควิดครั้งนี้มันให้บทเรียนแก่ชาวชุมชนหลายอย่าง&amp;nbsp; คือ 1.ถ้าเราไม่เตรียมตัว&amp;nbsp; ใช้ชีวิตสนุกสนาน&amp;nbsp; ฮาเฮ&amp;nbsp; ไม่เก็บออมเงิน&amp;nbsp; พอเราไม่มีงาน &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ตกงาน&amp;nbsp; ไม่มีเงิน&amp;nbsp; ชีวิตมันจะช็อตทันที&amp;nbsp; 2.ถ้าชาวชุมชนไม่รวมตัวกัน ไม่ช่วยเหลือกัน&amp;nbsp; ไม่มีกองทุนต่างๆ&amp;nbsp; เราก็จะอยู่ไม่ได้เหมือนกัน&amp;nbsp; แต่เพราะเรามีกองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; หรือกองทุนวันละบาท&amp;nbsp; มีกลุ่มออมทรัพย์&amp;nbsp; มีกองทุนรักษาดินรักษาบ้าน&amp;nbsp; เมื่อเกิดโควิดหรือเกิดภัยพิบัติเราก็เอาเงินตรงนี้มาช่วยเหลือกันได้&amp;nbsp; อย่างน้อยๆ ก็มีข้าวกิน&amp;nbsp; มีแรงที่จะสู้ต่อ...&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;และ 3.เกิดน้ำใจ&amp;nbsp; เกิดความช่วยเหลือกันในยามยากลำบาก&amp;nbsp; โดยเฉพาะพี่น้องชุมชน&amp;nbsp; คนยากคนจน&amp;nbsp; ซึ่งเมื่อก่อนคนอื่นอาจจะมองว่า&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกเขาเคยรอรับแต่ความช่วยเหลือ&amp;nbsp; แต่คราวนี้เราเห็นว่าเขาก็มาช่วยคนที่เดือดร้อน&amp;nbsp; คนที่ยากลำบากกว่า&amp;nbsp; เอาอาหาร&amp;nbsp; เอาข้าวปลามาให้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;เป็นการช่วยเหลือกันในยามยากจริง ๆ&amp;rdquo; สุดใจพูดถึงบทเรียนที่ได้ในครั้งนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot; style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(สมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนช่วยกันเย็บหน้ากากอนามัยชนิดผ้า)&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ล้านแล้วจ้า.. !!&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการฯ ทำหน้ากากผ้าอนามัยครบ 1 ล้านชิ้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อยอดผลิตขายส่งอเมริกา-เยอรมัน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศผลิตหน้ากากอนามัยครบ 1 ล้านชิ้น&amp;nbsp; แจกจ่ายให้แก่พี่น้องชาวชุมชนและผู้ด้อยโอกาสใช้ใส่ป้องกันเชื้อโควิด&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังร่วมกันดูแลช่วยเหลือพี่น้องที่ได้รับผลกระทบทั่วประเทศ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ส่งเสริมการปลูกพืชผักสร้างแหล่งอาหาร&amp;nbsp; แจกจ่ายถุงยังชีพ&amp;nbsp; มอบสิ่งของจำเป็น&amp;nbsp; และมีแผนฟื้นฟูเรื่องอาชีพและรายได้หลังสถานการณ์โควิด&amp;nbsp; ด้านเครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนจังหวัดลำปางต่อยอดรับจ้างผลิตหน้ากากอนามัยส่งจำหน่ายยุโรปและอเมริกากว่า 1 แสนชิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp; ทำให้หน้ากากอนามัยป้องกันการแพร่เชื้อเกิดความขาดแคลน&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สนับสนุนให้เครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; และภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ&amp;nbsp; ตัดเย็บหน้ากากอนามัยชนิดผ้าตั้งแต่เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; โดยใช้งบประมาณของกองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; องค์กรชุมชนแต่ละแห่ง&amp;nbsp; รวมทั้งเงินสมทบจาก&amp;nbsp; อบต.&amp;nbsp; เทศบาล&amp;nbsp; หน่วยงานต่างๆ ของภาครัฐและเอกชน&amp;nbsp; ผลิตหน้ากากอนามัยชนิดผ้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ใช้ผ้าที่ไม่มีความระคายเคืองต่อใบหน้า&amp;nbsp; หรือผ้าที่ใช้กับเด็กทารก&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ผ้ามัสลิน&amp;nbsp; ผ้าสาลู&amp;nbsp; และผ้าสำลี&amp;nbsp; ใช้แรงงานอาสาสมัครในชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กลุ่มแม่บ้าน&amp;nbsp; ใช้จักรเย็บผ้า&amp;nbsp; แต่หากไม่มีสามารถใช้เข็มเย็บผ้าแทนได้&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;กองทุนสวัสดิการชุมชนฯ&amp;nbsp; ภาคีเครือข่ายผลิตหน้ากากผ้าอนามัยครบ 1 ล้านชิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปฏิภาณ&amp;nbsp; จุมผา&amp;nbsp; รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp; หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;กล่าวว่า&amp;nbsp; สถานการณ์ไวรัส COVID-19&amp;nbsp; เป็นเรื่องให&amp;shy;่&amp;nbsp; เป็นโจทย์ของมนุษยชาติ&amp;nbsp; ทุกฝ่ายจึงต้องรวมพลังกัน&amp;nbsp; ซึ่งในส่วนของ พอช.ทำงานในระดับพื้นที่ทั่วประเทศ&amp;nbsp; มีเครือข่ายต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนที่จัดตั้งทั่วประเทศแล้ว&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 6,027 กองทุน&amp;nbsp; มีเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนตำบลทั่วประเทศ&amp;nbsp; จำนวน 7,789&amp;nbsp; แห่ง&amp;nbsp; เครือข่ายบ้านมั่นคง 1,133&amp;nbsp; พื้นที่&amp;nbsp; และพื้นที่เศรษฐกิจและทุนชุมชน 500 ตำบล&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พอช.จึงสนับสนุนให้กลุ่มและองค์กรเหล่านี้ผลิตหน้ากากอนามัยป้องกันการติดเชื้อร่วมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และ&amp;nbsp; อบต.&amp;nbsp; โดยผลิตตามความสามารถและความพร้อมของแต่ละกลุ่ม/องค์กร&amp;nbsp; ตั้งแต่ 300-10,000&amp;nbsp; ชิ้น&amp;nbsp; เพื่อนำไปแจกจ่ายให้แก่ประชาชนในชุมชน&amp;nbsp; โดยมีกลุ่มที่ร่วมผลิตไม่ต่ำกว่า 200 กลุ่ม&amp;nbsp; ใน 50 จังหวัด ขณะนี้ (20 พฤษภาคม) ผลิตและแจกจ่ายประชาชนไปแล้วประมาณ&amp;nbsp; 1 ล้านชิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นอกจากนี้ พอช.จะใช้กลไกต่างๆ เหล่านี้ที่มีอยู่ทั้ง 77 จังหวัดร่วมมือกับภาคีเครือข่าย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&amp;nbsp; คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ&amp;nbsp; และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ &amp;nbsp;ลงไปทำงานในชุมชนในระดับตำบลร่วมกับท้องถิ่น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; รพ.สต.&amp;nbsp; อสม.&amp;nbsp; อบต.&amp;nbsp; โดยมี 1.แผนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชน&amp;nbsp; เป็นแผนเชิงรุก&amp;nbsp; เพื่อป้องกัน&amp;nbsp; ฟื้นฟู&amp;nbsp; และเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID&amp;nbsp; และ 2.แผนรับมือผลกระทบจากผู้ตกงานที่กลับคืนสู่ชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การสร้างอาชีพ&amp;nbsp; สร้างรายได้&amp;nbsp; ผ่านโครงการและกลไกที่ พอช.มีอยู่&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;nbsp; โครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; บ้านพอเพียงชนบท&amp;nbsp; พื้นที่ตำบลเศรษฐกิจและทุนชุมชน&amp;rdquo; รอง ผอ.พอช.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;กองบุ&amp;shy;คุณธรรมฯ เมืองลีง จ.สุรินทร์ หนุนชุมชนสู้ภัยโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วิเชียร&amp;nbsp; สัตตธารา&amp;nbsp; เลขานุการกองบุ&amp;shy;คุณธรรมเพื่อจัดสวัสดิการชุมชนตำบลเมืองลีง&amp;nbsp; อ.จอมพระ&amp;nbsp; จ.สุรินทร์&amp;nbsp; ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกองทุนสวัสดิการชุมชนที่ร่วมจัดทำหน้ากากอนามัยแจกจ่ายประชาชน&amp;nbsp; เล่าว่า&amp;nbsp; เมื่อเกิดสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp; หน้ากากอนามัยขาดแคลนและมีราคาแพง&amp;nbsp; และหากรองบประมาณจากหน่วยงานรัฐมาช่วยเหลือคงจะใช้เวลานาน&amp;nbsp; กองบุ&amp;shy;คุณธรรมฯ จึงขออนุมัติจากคณะกรรมการใช้เงินของกองบุ&amp;shy;ฯ จำนวน 10,000 บาท&amp;nbsp; จัดซื้อผ้าและวัสดุต่างๆ มาให้อาสาสมัครในตำบลช่วยกันทำ&amp;nbsp; มีคนมาช่วยตัดเย็บหน้ากากประมาณ 10 คน&amp;nbsp; เริ่มทำในเดือนมีนาคม&amp;nbsp; จำนวน 1,000 ชิ้น&amp;nbsp; แจกจ่ายประชาชนกลุ่มเสี่ยงก่อน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ผู้สูงอายุ&amp;nbsp; คนป่วย&amp;nbsp; เด็ก&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตอนหลังจึงได้งบประมาณจาก อบต.มาจัดทำหน้ากากอนามัยผ้าอีก 1 หมื่นชิ้น&amp;nbsp; แจกจ่ายให้ประชาชนได้ทั่วทั้งตำบล&amp;nbsp; นอกจากนี้กองบุ&amp;shy;ฯ ยังนำเมล็ดพันธุ์ผักมาแจกจ่ายให้แก่ประชาชนใช้ปลูกกินในครัวเรือน&amp;nbsp; ประมาณ 500 ครัวเรือน&amp;nbsp; มีเมล็ดพันธุ์ต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ผักบุ้ง&amp;nbsp; ถั่วฝักยาว&amp;nbsp; บวบเหลี่ยม&amp;nbsp; ผักชี&amp;nbsp; ผักกวางตุ้ง&amp;nbsp; เนื่องจากช่วงนั้นผักขาดแคลน&amp;nbsp; ตลาดก็ปิด&amp;nbsp; เราจึงส่งเสริมการปลูกผักเอามาทำอาหาร&amp;nbsp; รวมทั้งเพาะชำกล้าไม้ต่างๆ ที่เป็นอาหาร&amp;nbsp; เพื่อให้ประชาชนเอาไปปลูกกิน&amp;nbsp; หากเกิดวิกฤตใดๆ ขึ้นมาอีก&amp;nbsp; เราจะได้มีแหล่งอาหารสำรอง&amp;nbsp; ไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากใคร&amp;rdquo; &amp;nbsp;วิเชียรบอก&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กองบุ&amp;shy;คุณธรรมเพื่อจัดสวัสดิการชุมชนตำบลเมืองลีง&amp;nbsp; เป็น 1 ใน 8&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนที่ได้รับรางวัล &amp;lsquo;ผู้สรรค์สร้างความมั่นคงของมนุษย์&amp;rsquo; ตามแนวคิด &amp;lsquo;จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน&amp;rsquo; &amp;nbsp;ของ ดร.ป๋วย&amp;nbsp; อึ๊งภากรณ์ ประจำปี 2563&amp;nbsp; โดยมีความโดดเด่นเรื่องการสนับสนุนให้สมาชิกกองบุ&amp;shy;ฯ สร้างความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การสนับสนุนให้สมาชิกทำเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp; อนุรักษ์การเลี้ยงควาย&amp;nbsp; เพื่อนำมูลควายมาทำปุ๋ย&amp;nbsp; ปัจจุบันมีสมาชิกเลี้ยงควายจำนวน 882 ตัว&amp;nbsp; ได้มูลควายประมาณปีละ 1,865 ตัน&amp;nbsp; หากควายออกลูกกองบุ&amp;shy;ฯ จะให้เงินสนับสนุนตัวละ 200 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้กองบุ&amp;shy;ฯ ยังช่วยเหลือสมาชิกในด้านต่างๆ รวม 13 ด้าน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; คลอดบุตร 500 บาท&amp;nbsp; เสียชีวิต (ตามอายุการเป็นสมาชิก) 2,500-15,000 บาท ภัยพิบัติ&amp;nbsp; ไฟไหม้&amp;nbsp; 1,000 บาท&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ปัจจุบันมีสมาชิก&amp;nbsp; 2,030 คน&amp;nbsp; มีเงินกองบุ&amp;shy;ฯ รวม 2 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; สมาชิกต้องสมทบเงินเข้ากองบุ&amp;shy;ฯ ปีละ 370 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot; style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ผู้แทนกองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำาบลบ้านส้อง อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี มอบอาหารแห้งให้ผู้ได้รับผลกระทบ จากสถานการณ์โควิด)&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลบ้านส้องฟื้นฟูอาชีพหลังโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สุวัฒน์&amp;nbsp; ดาวเรือง &amp;nbsp;ประธานกองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลบ้านส้อง&amp;nbsp; อ.เวียงสระ&amp;nbsp; จ.สุราษฏร์ธานี&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการฯ ร่วมกับกลุ่มและองค์กรต่างๆ ในอำเภอเวียงสระตัดเย็บหน้ากากอนามัยผ้า&amp;nbsp; จำนวน 10,000 ชิ้น&amp;nbsp; แจกจ่ายให้แก่ประชาชนในอำเภอเสร็จไปแล้วตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา&amp;nbsp; และขณะนี้กำลังจัดทำถุงยังชีพมอบให้แก่ประชาชนที่เดือดร้อน&amp;nbsp; เช่น คนพิการ&amp;nbsp; ผู้สูงอายุ&amp;nbsp; คนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด&amp;nbsp; เพราะขาดรายได้&amp;nbsp; หรือไม่มีงานทำในช่วงนี้&amp;nbsp; โดยใช้งบประมาณของกองทุนฯ ประมาณ 250,000 บาท&amp;nbsp; ทำถุงยังชีพจำนวน 500 ชุด ประกอบด้วย ข้าวสาร&amp;nbsp; น้ำมันพืช น้ำปลา ปลากระป๋อง&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนฯ ได้จัดทีมอาสาสมัครลงไปตรวจคัดกรองประชาชนกลุ่มเสี่ยงร่วมกับเจ้าหน้าที่อนามัย&amp;nbsp; และ อสม.ในหมู่บ้านต่างๆ&amp;nbsp; เพื่อเฝ้าระวังเรื่องการแพร่เชื้อด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp; ประธานกองทุนฯ บอกถึงบทบาทของกองทุนสวัสดิการในช่วงสถานการณ์โควิด&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกด้วยว่า&amp;nbsp; ผลกระทบจากสถานการณ์โควิดทำให้ชาวบ้านและสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลบ้านส้อง&amp;nbsp; ซึ่งปกติจะมีรายได้จากการขายผลไม้&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ทุเรียน&amp;nbsp; มังคุด&amp;nbsp; รวมทั้งการท่องเที่ยวชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; น้ำตก 357&amp;nbsp; ต้องปิดตัว&amp;nbsp; ไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้ามา&amp;nbsp; จึงทำให้ขาดรายได้&amp;nbsp; กองทุนฯ จึงมีแผนที่จะฟื้นฟูเรื่องเศรษฐกิจและรายได้&amp;nbsp; โดยจะส่งเสริมการแปรรูปผลผลิตจากชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; นำทุเรียนมาทอดกรอบ&amp;nbsp; กวน&amp;nbsp; นำมังคุดมาแปรรูปเป็นน้ำผลไม้และขนมต่างๆ&amp;nbsp; เพื่อให้สามารถขายได้ตลอดทั้งปี&amp;nbsp; โดยจะให้กองทุนสวัสดิการชุมชนฯ เป็นฝ่ายจำหน่ายสินค้าทางสื่อออนไลน์&amp;nbsp; และนำผลกำไรส่วนหนึ่งมาสมทบเข้ากองทุนสวัสดิการฯ&amp;nbsp; เพื่อนำไปช่วยเหลือสมาชิกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นอกจากนี้&amp;nbsp; ถ้าหมดปั&amp;shy;ญหาเรื่องโควิดแล้ว&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการฯ จะฟื้นฟูเรื่องการท่องเที่ยวชุมชน&amp;nbsp; การท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ขึ้นมาใหม่&amp;nbsp; เพราะเรามีแหล่งท่องเที่ยวหลายอย่าง&amp;nbsp; ถ้ามีนักท่องเที่ยวกลับเข้ามา&amp;nbsp; ชาวบ้านและสมาชิกกองทุนฯ ก็จะมีรายได้จากการท่องเที่ยวและการขายสินค้าชุมชนด้วย&amp;rdquo; &amp;nbsp;ประธานกองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลบ้านส้องกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot; style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ตัวอย่างหน้ากากอนามัยที่เครือข่ายกองทุนสวัสดิการฯ จ.ลำาปาง ผลิตส่งต่างประเทศ)&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;กองทุนสวัสดิการ จ.ลำปางผลิตหน้ากากอนามัยส่งขายอเมริกา-ยุโรป &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ยุพิน&amp;nbsp; เถาเปี้ยปลูก &amp;nbsp;ประธานกองทุนสวัสดิการออมบุ&amp;shy;วันละ 1 บาทเพื่อสวัสดิการชุมชนท้องถิ่น&amp;nbsp; เทศบาลเมืองล้อมแรด&amp;nbsp; อ.เถิน&amp;nbsp; จ.ลำปาง&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; ในช่วงเริ่มต้นการแพร่ระบาดของโควิดในประเทศไทยนั้น&amp;nbsp; เครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนในจังหวัดลำปาง (ประมาณ 110 กองทุน) ได้ช่วยกันผลิตหน้ากากอนามัยแบบผ้าแจกจ่ายประชาชนรวมกันแล้วหลายหมื่นชิ้น&amp;nbsp; บางกองทุนฯ จัดซื้อเจลล้างมือและหน้ากากอนามัยแจกจ่ายให้แก่สมาชิกและผู้ด้อยโอกาส&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จากการที่เครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนจังหวัดลำปางผลิตหน้ากากอนามัย&amp;nbsp; ซึ่งส่วนให&amp;shy;่จะเย็บด้วยเครื่องจักร&amp;nbsp; เพราะแต่ละพื้นที่จะมีกลุ่มแม่บ้าน&amp;nbsp; มีกลุ่มอาชีพตัดเย็บเสื้อผ้าอยู่แล้ว&amp;nbsp; จึงเย็บหน้ากากได้ประณีต&amp;nbsp; เรียบร้อย&amp;nbsp; จึงมีบริษัทส่งออกมาจ้างให้สมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนในจังหวัดลำปาง&amp;nbsp; ผลิตหน้ากากผ้าเพื่อใช้ป้องกันเชื้อโควิดส่งไปขายที่ประเทศเยอรมันและสหรัฐอเมริกา&amp;nbsp; เพราะที่นั่นมีคนติดเชื้อและตายเยอะ&amp;nbsp; หน้ากากก็ขาดแคลน&amp;nbsp; จึงมาว่าจ้างกองทุนฯ ผลิต ให้ค่าแรงชิ้นละ 3 บาท&amp;nbsp; ส่วนผ้าและวัสดุต่างๆ&amp;nbsp; บริษัทจะเอามาให้&amp;rdquo;&amp;nbsp; ยุพินบอก&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ยุพินบอกด้วยว่า&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการฯ เทศบาลเมืองล้อมแรด&amp;nbsp; ได้รับการว่าจ้างในช่วงแรกจำนวน&amp;nbsp; 2,000 ชิ้น&amp;nbsp; ขณะนี้กำลังเร่งผลิต&amp;nbsp; โดยกระจายให้สมาชิกที่มีจักรเย็บผ้านำไปเย็บ&amp;nbsp; โดยทางบริษัทจะเอาผ้ามาส่งและรับหน้ากากที่เย็บเสร็จแล้วเอากลับไปสัปดาห์ละ 1 ครั้ง&amp;nbsp; รวมแล้วในขณะนี้มีการว่าจ้างผลิตหน้ากากผ่านเครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนจังหวัดลำปางไม่ต่ำกว่า 100,000 ชิ้น&amp;nbsp; ทำให้สมาชิกมีรายได้รวมกันในช่วงนี้ไม่ต่ำกว่า 300,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่คือบางตัวอย่างของบทบาทกองทุนสวัสดิการชุมชนที่ช่วยเหลือสมาชิกในช่วงสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp; รวมทั้งยังมีแผนฟื้นฟูเรื่องอาชีพและรายได้ให้แก่สมาชิก&amp;nbsp; ปัจจุบันกองทุนสวัสดิการชุมชนจัดตั้งขึ้นทั่วประเทศแล้ว&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 6,027 กองทุน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;มีสมาชิกรวม 5,807,860 คน&amp;nbsp; และมีเงินกองทุนรวมกันกว่า 16,000 ล้านบาท&amp;nbsp; ช่วยเหลือสมาชิกไปแล้วกว่า 2 ล้านคน รวมเป็นเงินกว่า 2,100 ล้านบาท...!!&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;เสียงสะท้อนจากชุมชน....&amp;lsquo;คนไร้เสียง&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;โดย...ธิปไตย&amp;nbsp; ฉายบุ&amp;shy;ญครอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องราวของชุมชน &amp;lsquo;คนไร้เสียง&amp;rsquo;&amp;nbsp; ถูกเปิดเผยขึ้น &amp;nbsp;เมื่อเฟซบุ๊ก &amp;lsquo;หยืด ฅนเพื่อชีวิต&amp;rsquo;&amp;nbsp; โพสต์ข้อความเพื่อขอความช่วยเหลือให้แก่ชุมชนผู้พิการทางการพูดหรือการได้ยิน (คนใบ้และหูหนวก) ที่อาศัยอยู่บริเวณใต้สะพานข้ามคลองสามเสนใน&amp;nbsp; ถนนพระราม 9&amp;nbsp; พวกเขาอาศัยอยู่ที่นี่รวมทั้งหมด 65 ครอบครัว&amp;nbsp; ประมาณ 130 คน&amp;nbsp; ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด&amp;nbsp; เพราะไม่สามารถออกไปทำมาหากินได้ตามปกติ &amp;nbsp;ทำให้ไม่มีเงินมาซื้ออาหารประทังชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ชีวิตใต้สะพาน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวชุมชนแห่งนี้ปลูกสร้างห้องพักติดๆ กันอยู่ใต้สะพานข้ามคลอง&amp;nbsp; และแบ่งกั้นเป็นห้องเล็กๆ คับแคบ&amp;nbsp; สร้างขึ้นมาจากเศษไม้อัด&amp;nbsp; แผ่นป้ายไวนิล&amp;nbsp; หรือวัสดุต่างๆ ที่พอจะหาได้&amp;nbsp; โดยมีสะพานคอนกรีตขนาดให&amp;shy;่เป็นหลังคาบ้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp; กันแดดและฝนได้ดี&amp;nbsp; แต่อากาศค่อนข้างร้อนและอับ&amp;nbsp; คละคลุ้งไปด้วยฝุ่นควันจากยวดยานต่างๆ ที่แล่นผ่านไปมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ชุมชนที่นี่ไม่อยู่ในสารบบของ กทม. เพราะเป็นชุมชนบุกรุกอยู่ใต้สะพาน&amp;nbsp; ที่ผ่านมาจึงไม่มีหน่วยงานใดยื่นมือเข้ามาให้ความช่วยเหลือ&amp;nbsp; พวกเขาจึงอยู่กันแบบตามมีตามเกิด&amp;nbsp; ส่วนให&amp;shy;่เป็นผู้พิการทางการได้ยินและการพูด&amp;nbsp; ใช้ภาษามือในการสื่อสารกัน&amp;nbsp; ทำมาหากินเป็นรายวัน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; พนักงานทำความสะอาดตามบริษัทห้างร้านต่างๆ&amp;nbsp; ทำสวน&amp;nbsp; บางคนเก็บขยะรีไซเคิลขาย&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขายสลากกินแบ่งรัฐบาล และขายเทียนหอมบรรจุในถ้วยแก้วตามร้านอาหารต่างๆ ในสถานบันเทิงย่านอาร์ซีเอช่วงเวลากลางคืน&amp;nbsp; เมื่อ กทม.และรัฐบาลมีมาตรการต่างๆ ออกมาเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp; สถานบริการต่างๆ&amp;nbsp; ถูกปิดลง&amp;nbsp;&amp;nbsp; คนในชุมชนใต้สะพานเกือบทั้งหมดไม่สามารถออกไปทำมาหากินได้เหมือนเดิม&amp;nbsp; จึงขาดรายได้ที่จะมาจุนเจือครอบครัว เงินทองที่มีอยู่เล็กน้อยจึงหร่อยหรอไป&amp;nbsp; อาหารการกินเริ่มอัตคัตขาดแคลน&amp;nbsp; เกิดความเดือดร้อนไปทั่วชุมชน&amp;nbsp; แต่ไม่รู้จะไปบอกใคร&amp;nbsp; เพราะพูดไม่ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ชา&amp;shy;ณรงค์ เหมือนปั้น เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการชุมชนจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;เจ้าของเฟสบุ๊ค &amp;lsquo;หยืด ฅนเพื่อชีวิต&amp;rsquo; เล่าว่า&amp;nbsp; เขาขี่รถมอเตอร์ไซค์ผ่านไปเจอชุมชนผู้พิการแห่งนี้ด้วยความบังเอิ&amp;shy;&amp;nbsp; โดยวันนั้นเขาได้เดินทางลงพื้นที่ไปสำรวจชุมชนภายใต้โครงการ &amp;nbsp;&amp;lsquo;สำรวจให้พบ จบที่ชุมชน&amp;rsquo; ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)&amp;nbsp; เพื่อนำข้อมูลส่งให้กระทรวง พม. และให้ความช่วยเหลือต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมสงสัยว่าเป็นคนกลุ่มไหนจึงมาอาศัยอยู่ใต้สะพาน&amp;nbsp; จึงจอดมอเตอร์ไซค์แวะลงไปสอบถาม&amp;nbsp; ตอนแรกเพียงจะไปถามว่าพวกเขาได้รับผลกระทบ&amp;nbsp; หรือต้องการความช่วยเหลืออย่างไรบ้าง ?&amp;nbsp; ในช่วงสถานการณ์โควิด&amp;nbsp; พอไปสอบถามจึงรู้ว่าพวกเขาส่วนให&amp;shy;่เป็นคนพิการ&amp;nbsp; พูดไม่ได้&amp;nbsp; แต่มีบางคนที่พูดได้ช่วยเป็นล่าม&amp;nbsp; บอกว่าตอนนี้พวกเขาเดือดร้อนกันมาก&amp;nbsp; เพราะอาร์ซีเอซึ่งเป็นแหล่งทำมาหากินของพวกเขาถูกสั่งปิด&amp;nbsp; ทำให้ไม่มีรายได้&amp;nbsp; ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน&amp;nbsp; โดยเฉพาะเรื่องของอาหารการกิน&amp;rdquo; &amp;nbsp;ชา&amp;shy;ณรงค์เล่าความเป็นมา &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้นเขาจึงได้โพสต์เรื่องราวความเดือดร้อนของชุมชนคนพิการใต้สะพานลงในเฟสบุ๊ค&amp;nbsp; ทำให้ผู้คนได้รับรู้เรื่องราวของชาวชุมชน&amp;nbsp; และมีผู้คนเข้าไปเยี่ยมชุมชน&amp;nbsp; นำอาหารไปแบ่งปัน รวมทั้งสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นให้กับสมาชิกในชุมชน&amp;nbsp; ซึ่งมีทั้งเด็กเล็ก&amp;nbsp; คนชรา&amp;nbsp; ผู้ป่วย&amp;nbsp; และคนตกงานกว่า 130 ชีวิตช่วยต่อลมหายใจของพวกเขาให้ยืดออกไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot; style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot; style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ตุ๊กตา นางฟ้าใต้สะพาน)&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;lsquo;ตุ๊กตา&amp;rsquo; นางฟ้าใต้สะพาน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;บุษบา โพธิ์นิ่มแดง&amp;nbsp; หรือ &amp;lsquo;ตุ๊กตา&amp;rsquo;&amp;nbsp; สาวน้อยในชุมชนใต้สะพานแห่งนี้&amp;nbsp; ผู้ที่ช่วยเป็นล่ามสื่อสารให้คนภายนอกเข้าใจภาษามือ&amp;nbsp; รวมทั้งยังเป็นผู้ประสานงานต่างๆ ให้กับชุมชน&amp;nbsp; เล่าให้ฟังว่า&amp;nbsp; เธอเกิดที่นี่&amp;nbsp; ครอบครัวของเธอเป็นผู้พิการทางการพูดและการได้ยิน&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาศัยอยู่ด้วยกันทั้งหมด 5 คน&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; คุณพ่อ&amp;nbsp; คุณแม่&amp;nbsp; พี่ชาย&amp;nbsp; และน้องสาว&amp;nbsp; ทั้ง 4 คนพูดไม่ได้&amp;nbsp; มีเธอคนเดียวที่พูดได้&amp;nbsp; เธอจึงเป็นเสมือนล่ามประจำครอบครัวและชุมชน&amp;nbsp; ใครมีเรื่องที่ต้องติดต่อกับคนภายนอกหรือคนปกติทั่วไปก็มักจะมาอาศัยไหว้วานให้เธอเป็นธุระให้&amp;nbsp; ซึ่งเธอก็ยินดีและช่วยเหลืออย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันตุ๊กตาทำงานที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง&amp;nbsp; เรียนจบปริ&amp;shy;&amp;shy;าตรีจาก ม.ราชภัฏจันทรเกษม&amp;nbsp; ด้านการจัดการ&amp;nbsp; ส่วนภาษามือเธอก็ไม่ได้ไปเรียนมา&amp;nbsp; คงจะเกิดจากการที่คลุกคลีกับสภาพแวดล้อมแบบนี้มาตั้งแต่เกิด&amp;nbsp; ต้องใช้สื่อสารพูดคุยกับครอบครัวในการใช้ชีวิตประจำวัน&amp;nbsp; รวมทั้งการสื่อสารกับคนอื่นๆ ในชุมชน&amp;nbsp; โดยใช้ภาษามือทุกวันจนเกิดความชำนา&amp;shy;&amp;nbsp;&amp;nbsp; (ในชุมชนนี้มีคนที่สื่อสารกับคนพิการได้ไม่กี่คน) &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ตุ๊กตา&amp;nbsp; เล่าต่อว่า&amp;nbsp; เมื่อก่อนชุมชนที่นี่ยังมีคนมาอยู่ไม่เยอะ&amp;nbsp; แรกเริ่มทีเดียวคุณพ่อของเธอได้เข้ามาอยู่อาศัยที่ใต้สะพานแห่งนี้เมื่อประมาณ 30 ปีที่แล้ว&amp;nbsp; โดยเปิดร้านรับจ้างเชื่อมโลหะอยู่บริเวณนี้ (ข้างโรงพยาบาลปิยะเวชในปัจจุบัน) ต่อมามีลูกน้องเพิ่มขึ้นอีกหลายคน&amp;nbsp; พวกเขามีทั้งคนที่พูดได้และพูดไม่ได้&amp;nbsp; ส่วนให&amp;shy;่มาจากต่างจังหวัดเข้ามาหางานทำ&amp;nbsp; เมื่อมาทำงานกับคุณพ่อ&amp;nbsp; พวกเขาจึงช่วยกันสร้างห้องพักอยู่ใต้สะพานข้ามคลองสามเสนใน&amp;nbsp; โดยใช้วัสดุที่พอจะหาได้&amp;nbsp; ไม่ต้องซื้อหา&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; แผ่นไม้&amp;nbsp; แผ่นป้ายโฆษณาต่างๆ&amp;nbsp; กั้นเป็นห้องติดกันทำให้ประหยัดวัสดุและเนื้อที่&amp;nbsp; ส่วนหลังคาไม่ต้องทำ&amp;nbsp; เพราะมีสะพานคอนกรีตเป็นหลังคาอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot; style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(สภาพที่พักคับแคบมีหลังคาเป็นสะพานคอนกรีต)&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อมีการเปิดสถานบันเทิงในยามราตรีที่เรียกกันว่า &amp;nbsp;&amp;lsquo;อาร์ซีเอ&amp;rsquo; (ประมาณปี 2538)&amp;nbsp; ซึ่งเชื่อมระหว่างถนนเพชรบุรีตัดใหม่กับถนนพระราม 9&amp;nbsp; ไม่ไกลกับใต้สะพานที่อาศัยอยู่&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงมีพ่อค้าแม่ค้าจากจังหวัดต่างๆ&amp;nbsp; รวมทั้งคนพิการเข้ามาค้าขายสิ่งของต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เทียนหอม&amp;nbsp; พวงกุ&amp;shy;แจ&amp;nbsp; ดอกไม้&amp;nbsp; ตุ๊กตา&amp;nbsp; และอาหารหลากหลายชนิด&amp;nbsp; บางคนก็เข้ามาทำงานรับจ้างในสถานบริการ&amp;nbsp; ต่อมาคนที่ค้าขายเหล่านี้&amp;nbsp; รวมทั้งคนพิการก็เข้ามาปลูกสร้างห้องพักใต้สะพาน&amp;nbsp; จนชุมชนขยายออกไปเรื่อยๆ ปัจจุบันมีคนอยู่อาศัยทั้งหมด&amp;nbsp; 65 ครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสภาพของบ้านหรือห้องพักที่สร้างขึ้นก็จะอยู่กับขนาดของครอบครัว&amp;nbsp; ให&amp;shy;่บ้าง&amp;nbsp; เล็กบ้าง&amp;nbsp; บางห้องอยู่กันหลายคนเป็นครอบครัว&amp;nbsp; บ้างก็อยู่คนเดียว&amp;nbsp; แบ่งกั้นเป็นห้องๆ&amp;nbsp; ไม่ต้องเสียค่าเช่า&amp;nbsp; ส่วนให&amp;shy;่จะไม่มีหน้าต่าง&amp;nbsp; มีเพียงประตูเข้า-ออก&amp;nbsp; ภายในห้องมีเพียงหลอดไฟให้ความสว่าง&amp;nbsp; และเครื่องใช้ไฟฟ้าบางอย่าง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ทีวี&amp;nbsp; พัดลม&amp;nbsp; กาต้มน้ำ หม้อหุงข้าว &amp;nbsp;กระทะไฟฟ้า ใช้ไฟฟ้าที่พ่วงมาจากข้างนอก ห้องน้ำใช้ร่วมกันมี 10 ห้อง&amp;nbsp; และช่วยกันจ่ายค่าน้ำ&amp;nbsp; ค่าไฟฟ้า&amp;nbsp; ประมาณห้องละ 300-400 บาทต่อเดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เหตุผลหลักๆ ที่ทำให้พวกเขามาอยู่รวมกันที่นี่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp; อยู่ใกล้แหล่งทำมาหากิน&amp;nbsp; และเป็นชุมชนที่มีคนพิการทางการพูดและการได้ยินอาศัยอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp; ทำให้พวกเขารู้สึกอบอุ่น&amp;nbsp; ปลอดภัย&amp;nbsp; สื่อสารกันรู้เรื่อง เหมือนกับเป็นคนครอบครัวเดียวกัน เมื่อมีอะไรก็จะช่วยเหลือกัน&amp;nbsp; แบ่งปันกันเหมือนพี่เหมือนน้อง&amp;rdquo; &amp;nbsp;ตุ๊กตา&amp;nbsp; นางฟ้าใต้สะพานบอก&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;เสียงสะท้อน....จากคนไร้เสียง&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขจรจิตร&amp;nbsp; สุขศรี &amp;nbsp;เล่าให้ฟังผ่านน้องตุ๊กตา&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; เขาอยู่ที่นี่มา 10 กว่าปีแล้ว&amp;nbsp; เดิมอยู่แถบมีนบุรี&amp;nbsp; มีอาชีพเป็นพนักงานทำความสะอาดในย่านอาร์ซีเอ&amp;nbsp; มาอยู่ที่นี่เพราะใกล้ที่ทำงาน&amp;nbsp; ก่อนหน้านั้นเขาขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านไปผ่านมาที่ชุมชนแห่งนี้&amp;nbsp; สังเกตเห็นว่าเป็นคนพิการเหมือนกันจึงเข้าไปสอบถาม&amp;nbsp; พร้อมกับขอเข้ามาอยู่อาศัย&amp;nbsp; หลังจากนั้นไม่นานก็ย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่&amp;nbsp; โดยปลูกห้องพักอยู่ใต้สะพานทำขึ้นเองอย่างง่ายๆ&amp;nbsp; ใช้วัสดุที่พอจะหาได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ว่าจะเป็นเศษไม้อัด&amp;nbsp; แผ่นพลาสติก&amp;nbsp; เมื่อมาอยู่ในหมู่คนพิการเหมือนกัน&amp;nbsp; ทำให้เกิดความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย&amp;nbsp; มีเพื่อนพูดคุย (ภาษามือ) ทำให้ไม่เหงา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมอยู่ที่นี่ไม่ได้เสียค่าเช่า&amp;nbsp; แต่ช่วยออกค่าน้ำ&amp;nbsp; ค่าไฟ&amp;nbsp; ตกเดือนละ 400&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; เวลามีอะไรคนในชุมชนก็ช่วยเหลือกันรู้สึกประทับใจมาก&amp;nbsp; ส่วนสิ่งที่อยากจะได้มากที่สุดตอนนี้ก็คือ &amp;lsquo;บ้าน&amp;rsquo; &amp;nbsp;หลังเล็กๆ สักหลัง&amp;nbsp; เป็นของตัวเอง&amp;nbsp;&amp;nbsp; อยู่ไปจนตายโดยที่ไม่มีใครมาขับไล่&amp;nbsp; เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคั&amp;shy;ญที่สุดในชีวิต&amp;rdquo;&amp;nbsp; ขจรจิตบอกถึงความหวัง &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;เจียงคำ ทีวาโตคะ&amp;nbsp; บอกเล่าเรื่องราวผ่านล่ามภาษามือว่า&amp;nbsp; เธออาศัยอยู่คนเดียวที่ชุมชนใต้สะพานแห่งนี้&amp;nbsp; ตั้งแต่ปี 2554 เพราะอยู่ใกล้ที่ทำงาน ทำอาชีพแม่บ้านในโรงแรมย่านอาร์ซีเอ&amp;nbsp; อยู่ที่นี่ก็สบายดี &amp;nbsp;ผู้คนช่วยเหลือพึ่งพากัน ดูแลกันยามเจ็บไข้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แต่ตอนนี้มีความเดือดร้อนเรื่องรายได้&amp;nbsp; เพราะโรงแรมปิด&amp;nbsp; ไม่มีงานทำ ไม่มีเงิน&amp;nbsp; ส่วนความต้องการก็อยากจะได้บ้านหรือที่อยู่อาศัยใหม่ที่ดีกว่านี้&amp;nbsp; และมีความมั่นคง&amp;nbsp; ไม่ต้องกลัวใครมาไล่&amp;nbsp; เพราะอยู่ที่นี่ก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ได้อีกนานเท่าไหร่&amp;rdquo;&amp;nbsp; เจียงคำบอก &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;รมว.พม.เยี่ยมชุมชนคนใต้สะพาน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการเล่าเรื่องราวชาวชุมชนคนพิการใต้สะพานแห่งนี้ผ่านเฟสบุ๊คของ &amp;lsquo;หยืด ฅนเพื่อชีวิต&amp;rsquo; ทำให้นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และคณะผู้บริหารกระทรวง พม.ได้ลงไปเยี่ยมเยียนและมอบข้าวสาร&amp;nbsp; อาหารแห้ง&amp;nbsp; รวมทั้งสิ่งของจำเป็นเพื่อช่วยเหลือเป็นการเฉพาะหน้าให้แก่ชาวชุมชนแห่งนี้เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot; style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.พม. เยี่ยมชาวชุมชนเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา)&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุติ ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รมว.พม. กล่าวว่า&amp;nbsp; วันนี้เราได้เห็นความยากลำบากของชุมชน&amp;nbsp; เพราะสร้างบ้านอยู่ใต้สะพาน&amp;nbsp; ตนจึงได้เสนอที่พักอาศัยของการเคหะแห่งชาติ (กคช.) ออกเป็น 2 ทางเลือก&amp;nbsp; คือ 1. ห้องเช่าเดือนละ 999 บาท&amp;nbsp; โดย 3 เดือนแรกจะไม่คิดค่าเช่า และให้เช่าอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ระยะยาว&amp;nbsp; และ 2.การพัฒนาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; โดยเฉพาะการสร้างในที่ดินของรัฐบาล&amp;nbsp; เพื่อจะได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&amp;nbsp; โดยขอให้ชุมชนร่วมกันตัดสินใจย้ายไปอยู่ที่ใหม่&amp;nbsp; ด้วยความยินยอมพร้อมใจกัน&amp;nbsp; รวมทั้งจะดูแลเรื่องการมีงานทำและมีอาชีพเลี้ยงตนเองได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot; style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(บริเวณลานด้านหน้าชุมชนคนไร้เสียงใต้สะพาน)&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้กระทรวง พม. จะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลในเรื่องของเด็กที่ขาดแคลน&amp;nbsp; รวมถึงเรื่องการศึกษาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;นี่คือความช่วยเหลือเบื้องต้นให้แก่ชาวชุมชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์โควิด&amp;nbsp; รวมทั้งข้อเสนอการแก้ไขปั&amp;shy;ญหาด้านที่อยู่อาศัยจากรัฐมนตรีกระทรวง พม.&amp;nbsp; ซึ่งตรงกับความต้องการของชาวชุมชนที่สะท้อนออกมาว่าอยากจะมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง&amp;nbsp; มีความมั่นคง&amp;nbsp; และมีสภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีกว่าเดิม...วันนี้เสียงของชุมชนคนไร้เสียง...ดังขึ้นมาแล้ว...!!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66646</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุติ ไกรฤกษ์, ธิปไตย  ฉายบุ­ญครอง, นุชจรี  พันธ์โสม, บุษบา โพธิ์นิ่มแดง, ปฏิภาณ  จุมผา, ผุสดี  ปั้นเลิศ, ยุพิน  เถาเปี้ยปลูก, วิเชียร  สัตตธารา, สมสุข  บัญญะบัญชา, สุวัฒน์  ดาวเรือง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200522/image_big_5ec7b897b805e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
